ที่เที่ยวแต่ละเมือง แต่ละประเทศก็มักจะมีเอกลักษณ์โดดเด่นที่แตกต่างกันไป แต่ละที่ก็มีความดึงดูดใจนักท่องเที่ยวไม่เหมือนกันค่ะ และวันนี้ เราจะพามารู้จักกับ เมืองสีสวยสะดุด ใน 10 ประเทศทั่วโลก ที่การันตีว่า ถ้าได้ไปเที่ยว สายชิลล์จะชอบมากๆ แถมยังได้รูปสวยๆ กับเมือง บ้านช่องต่างๆ กลับมาอีกด้วยค่ะ

 

10 เมืองสีสวยสะดุด สุด Colorful ทั่วโลก สายชิลล์ต้องไปให้ได้ !

 

 

มานาโรลา

(Manarola)

 

manarola

manarola_anton_ivanov_shutterstock-com

Anton_Ivanov / Shutterstock.com

 

หมู่บ้านมานาโรล่า (Manarola) ส่วนหนึ่งใน Cinque Terre ซึ่งเป็น 1 ใน 5 หมู่บ้านมรดกโลกของแคว้นลิกูเรีย (Liguria) ที่ตั้งอยู่ทางภาคเหนือของประเทศอิตาลี ค่ะ หมู่บ้านนี้สร้างขึ้นมาตั้งแต่ปี 1338 โดยตั้งอยู่ริมหน้าผาสูงชันบนฝั่งริเวียร่า และกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศไปแล้ว เพราะสีสันสวยสะดุดของเมืองที่ทำให้ใครๆ ก็อยากมาสักครั้ง

==========================

กวานาฮวาโต้

(Guanajuato, Mexico)

 

guanajuato-mexico

guanajuato-mexico_kobby-dagan_shutterstock-com

Kobby Dagan / Shutterstock.com

 

เมืองกวานาฮวาโต้ ตั้งอยู่ในหุบเขาแคบๆ ใจกลางประเทศเม็กซิโก โดยที่นี่ถูกค้นพบจากเหมืองแร่เก่าแห่งหนึ่ง ในภูเขาที่โอบล้อมเมืองนี้อยู่ สภาพของเมืองถูกตกแต่งด้วยสีที่ฉูดฉาดบาดตา และแน่นอนว่า ไม่นานผ่านไป เมืองนี้ก็กลายเป็นอีกหนึ่งแห่งที่ดึงดูดใจนักท่องเที่ยวไม่แพ้ที่ไหนเลยทีเดียว

==========================
ท่าเรือบรีเก็น เมืองเบอเกน 

(Bryggen, Bergen, Norway)

 

bryggen-bergen

bryggen-bergen_nickolay-stanev_shutterstock-com

Nickolay Stanev / Shutterstock.com

 

บรีเก็น เป็นท่าเรือเก่าของ เมืองเบอร์เกน ประเทศนอร์เวย์ และยังเป็นเมืองมรดกโลก จากองค์การยูเนสโกไปเมื่อปี 1979 อีกด้วยค่ะ แต่เดิมที่นี่เคยถูกเพลิงไหม้ แต่ปัจจุบันยังหลงเหลือสภาพอาคารไม้แบบโบราณอยู่บ้างค่ะ

จากท่าเรือเดิม มีลักษณะเด่นที่การก่อสร้างอาคารเรียงรายอย่างเป็นระเบียบ ไปตามถนนแคบๆ ที่ทอดตัวขนานไปกับท่าเรือ ซึ่งบ้านเรือนจะมีลักษณะเป็นบ้านไม้สามชั้น มีหน้าจั่วและผนังข้างมุงด้วยแผ่นไม้ ทาสีที่โดดเด่นสะดุดตา สลับกันไปมา ส่วนด้านหลังมีโกดังหรือห้องเก็บของขนาดเล็กที่สร้างด้วยหิน เพื่อป้องกันบริเวณนี้จากเหตุเพลิงไหม้ เป็นอีกเมืองที่ทั้งสวย และอากาศดี เหมาะไปชิลล์สุดๆ

==========================

 

 วรอตสวัฟ

(Wroclaw, Poland)

 

wroclaw-poland-1

wroclaw-poland-2

เมืองวรอตสวัฟ เป็นเมืองหลวงของจังหวัดโลว์เออร์ไซลีเชีย และยังเป็นเมืองใหญ่อันดับ 4 ของประเทศโปแลนด์อีกด้วย โดยที่นี้ถือว่าเป็นเมืองหนึ่งที่ดูทันสมัย มีความหลากหลาย และเต็มไปด้วยวัฒนธรรม

นอกจากความน่าสนใจในเรื่องของประวัติศาสตร์แล้ว ในเมืองแห่งนี้ยังถูกฉาบไปด้วยสีสันของสถาปัตยกรรมอาคารอันสวยงามรอบเมือง

==========================

 

 

วิลเลมสตัด เกาะคูราเซา

(Willemstad, Curacao)

 

willemstad-curacao-1

willemstad-curacao-2

วิลเลมสตัด เป็นเมืองหลวงของเกาะคูราเซา ดินแดนเนเธอร์แลนด์แอนทิลลีส เกาะทางตอนใต้ของทะเลแคริบเบียน ประเทศเนเธอร์แลนด์ ดินแดนสวรรค์ของนักดำน้ำและผู้รักธรรมชาติทั้งหลาย

นอกจากนี้ลักษณะการตกแต่งอาคารบ้านเรือน โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมอาณานิคมสไตล์ชาวดัตช์ และบริเวณทางเข้าของท่าเรือที่รายล้อมไปด้วยร้านอาหาร ร้านค้าต่างๆ และสถานที่ท่องเที่ยวยามค่ำคืน ซึ่งอาคารแถบนั้นถูกระบายด้วยสีสันคัลเลอร์ฟูล ขนานไปกับพื้นผิวน้ำที่อยู่ข้างๆ สร้างความประทับใจแก่นักท่องเที่ยวอย่างมาก ทำให้ถูกยกให้เป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโกอีกด้วย

==========================

 

 

เซนต์จอห์น นิวฟาวด์แลนด์ 

(St. John’s, Newfoundland, Canada)

 

st-johns-newfoundland-canada-2

st-johns-newfoundland-canada-1

 

เซนต์จอห์น เป็นเมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดใน นิวฟาวด์แลนด์ ประเทศแคนาดา สำหรับสถาปัตยกรรมการตกแต่งของทีนี้นั้น มีความโดดเด่นแตกต่างจากที่อื่นๆ ของแคนาดา ในส่วนของอาคารหลักๆ ของเมือง เป็นส่วนที่หลงเหลือจากประวัติศาสตร์ของอาณานิคมอังกฤษ แล้วนำมาบูรณะใหม่หลากหลายรูปแบบ แต่ที่เหมือนกันคือส่วนใหญ่จะทาด้วยสีสันแสนสดใส

==========================

 

นูฮาวน์ โคเปนเฮเก้น 

(Nyhavn, Copenhagen, Denmark)

 

nyhavn-copenhagen

nyhavn-copenhagen_alexdrim_shutterstock-com

alexdrim / Shutterstock.com

 

ท่าเรือใหม่ อ่านว่า นูฮาวน์ แปลว่า ท่าเรือใหม่ เป็นเขตแห่งความบันเทิงริมน้ำของ เมืองโคเปนเฮเก้น ประเทศเดนมาร์ค  สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 17  เป็นท่าเรือพาณิชย์ที่ไว้สำหรับเรือจากทั่วทุกมุมโลกมาเทียบท่า บริเวณนี้จึงรายล้อมไปด้วยผับ บาร์ และร้านอาหาร รวมไปถึงมีตึกรามบ้านช่องที่มีสีสันสดใส

ในช่วงฤดูร้อน นูฮาวน์ เป็นที่นิยมสำหรับวัยรุ่นชาวเดนมาร์กที่นิยมมานั่งรับประทานอาหารและเครื่องดื่ม แต่ถ้าไม่ชอบ คิดว่าราคาแพงไป ก็สามารถไปหาซื้อเครื่องดื่มจากร้านขายของชำและมานั่งที่ท่าเรือแห่งนี้ได้ตามอัธยาศัย นอกจากนี้ ยังเป็นที่สำหรับล่องเรือชมวิวและสถานที่ต่างๆ รอบกรุงโคเปนเฮเกนได้อีกด้วย

==========================

 

 

ลา โบกา กรุงบัวโนส ไอเรส

(La Boca, Buenos Aires)

 

la-boca-buenos-1

la-boca-buenos-2

 

ลา โบกา เป็นย่านหนึ่งของกรุงบัวโนส ไอเรส เมืองหลวงของประเทศอาร์เจนตินา ย่านนี้เคยเป็นที่อยู่อาศัยของชนชั้นแรงงาน มีสีสันสดใสหลากหลายจนลายตา ได้รับการก่อตั้งขึ้นในกลางศตวรรษที่ 19 เพื่อเป็นที่อยู่อาศัยของกรรมกรท่าเรือ โดยได้ตั้งติดอยู่ริมน้ำพอดี

ย่านนี้ได้ชื่อว่ามีบ้านเรือนที่สร้างด้วยสังกะสีแต่มีการนำสีสดๆ แปลกๆ มาทา จิตรกรเบนีโต กินเกลา มาร์ติน เป็นผู้นำในการใช้สีของผู้คนในย่านนี้ในช่วงต้นๆ ศตวรรษค่ะ และก็นับเป็นที่ที่เตะตานักท่องเที่ยวให้ไปเยือนมากๆ

==========================

 

 

บูราโน เวนิส

(Burano, Venice)

 

burano-venice-1

burano-venice-2

 

เกาะบูราโน่ เป็นเกาะที่เป็นที่อยู่ของชาวประมง และ ที่วิเศษสุดเลยคือเป็นหมู่บ้านที่มีสีสันสดใสไม่ซ้ำกัน จนได้ชื่อว่าเป็น เกาะแห่งสีสัน หรือเมืองลูกกวาดแห่งอิตาลี ที่นี่เป็นเกาะเล็กๆ ตั้งอยู่ในเขตทะเลสาบเวนิสทางตอนเหนือของเมืองเวนิสประมาณ 7 กิโลเมตร เป็นเมืองที่ขึ้นชื่อด้านหัตกรรมทำลูกไม้ ติดอันดับต้นๆ ของอิตาลีนับตั้งแต่ศตวรรษที่ 16 จนกระทั่งมีการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์ลูกไม้เพื่อให้ความรู้ทางประวัติศาสตร์และการผลิตอีกด้วย

การท่องเที่ยวนบูราโน่ส่วนใหญ่ก็จะเดินทางโดย การเดินเท้าชมเมือง และการท่องเรือชมสีสันตามอาคารบ้านเรือน ตั้งแต่ผนัง หน้าต่าง ประตู นั่นเองค่ะ

==========================

 

 

เชฟชาอูน

(Chefchaouen, Morocco)

 

chefchaouen-morocco-2

chefchaouen-morocco-1

 

เมืองเล็กๆ ทางตอนเหนือของประเทศโมร็อกโก เป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 538 ปี  อีกทั้งยังเป็นเมืองที่มีเสน่ห์และมีชื่อเสียงมากที่สุดด้วยความโดดเด่นของอาคารบ้านเรือนที่ทาเป็นสีฟ้าทั้งหมดค่ะ

นอกจากสถาปัตยกรรมแบบโมร็อกโกที่เป็นสีฟ้า เชฟชาอูนยังมีสภาพแวดล้อมที่เป็นภูเขา และบรรยากาศในเมืองที่ผ่อนคลาย ทำให้เป็นที่ดึงดูดใจสำหรับนักท่องเที่ยวอย่างมาก