รวมร้านอาหารย่านประชาชื่นสุดอร่อย ซึ่งคัดสรรมาแล้วว่าอาหารอร่อยเด็ดจริง มีให้เลือกหลากหลายแบบ ทั้งอาหารไทย อาหารจีนแต้จิ๋ว อาหารญี่ปุ่น อาหารทะเล จัดมาให้ครบจบในย่านเดียว

ประชาชื่น ย่านที่ใคร ๆ ก็ทราบกันดีค่ะว่ามีร้านอาหารอร่อยเด็ดซ่อนตัวอยู่มากมาย และยังมีหลากหลายแบบให้ได้เลือกสรรกันอย่างไม่รู้เบื่อ ทั้งร้านอาหารเก่าแก่ระดับตำนาน ร้านอาหารซีฟู้ด ร้านอาหารญี่ปุ่น รวมไปถึงร้านกาแฟเก๋ ๆ น่านั่งชิลอีกเพียบ และด้วยความที่มีร้านอาหารเยอะแยะแบบนี้นี่แหละค่ะ ทำให้หลายคนถึงกับเลือกทานไม่ถูกกันเลยทีเดียว แต่สำหรับใครที่อยากลิ้มลองของอร่อยเด็ดประชาชื่นจริง ๆ วันนี้เราก็ได้คัดสรร 10 ร้านอร่อยประชาชื่น มาไว้ให้แล้วค่ะ เป็นร้านที่ลูกค้าเทใจให้อันดับต้น ๆ ของย่านนี้เลยทีเดียว โดยเราจะเริ่มจากเส้นทางทางด้านแยกประชานุกูลนะคะ จะมีร้านไหนบ้าง ตามเราไปเก็บข้อมูลกันเลย

1. ร้านหมูแดงนายไซ

ถ้าถามถึงร้านข้าวหมูแดง หมูกรอบ บอกเลยค่ะว่าไม่มีใครไม่รู้จักร้านหมูแดงนายไซแน่นอน ร้านนี้เขาไม่ได้ดังเพียงแค่ในย่านนี้เท่านั้นนะคะ แต่ยังติดอันดับต้น ๆ ร้านอร่อยของกรุงเทพฯ เลยทีเดียว โดยเมนูเด็ดของที่นี่ก็คือ ข้าวหมูกรอบ ทางร้านจะคัดสรรวัตถุดิบอย่างพิถีพิถัน ตัวหมูกรอบจะนำไปย่างแล้วจึงทอดให้มีความกรอบนอกนุ่มใน โดยความกรอบของหมูกรอบที่นี่จะกรอบยาวนานหลายชั่วโมง มีซอสหมูแดงที่มีการปรุงตามสูตรต้นตำรับราดมาบนข้าวหมูกรอบแบบเยิ้ม ๆ รสชาติอร่อยกลมกล่อม จนต้องขอเบิ้ลอีกจาน

เมนูอื่น ๆ ที่น่าสนใจ อาทิ ข้าวหมูแดง, มะระต้มซี่โครงหมู, จับฉ่าย, เปาะเปี๊ยะสด, ตือฮวน, ต้มหน่อไม้จีน, ต้มยำขาหมู, พะโล้, ซุปเปอร์ขาไก่, เล้งแซ่บ เป็นต้น

และถ้าไปแล้วเห็นคนเยอะ ๆ ยืนมุงกันอยู่หน้าร้าน ไม่ต้องตกใจและรีบถอดใจกลับบ้านนะคะ เดินเข้าไปในร้านก่อนเลย เดี๋ยวเฮียมณเฑียร เงินหลั่งทวี เจ้าของร้านและสมาชิกในครอบครัวจะคอยจัดสรรที่นั่งให้ค่ะ อยากกินอะไรสั่งเลย รอไม่ถึง 2 นาที เดี๋ยวเมนูสุดโปรดก็มาอยู่ตรงหน้า ได้กินสมใจแล้วค่ะ

 ที่ตั้ง : 1059 ถนนประชาชื่น แขวงวงศ์สว่าง เขตบางซื่อ กรุงเทพฯ
เวลาเปิด-ปิด : เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 07.00-14.00 น.
โทรศัพท์ : 0 2585 5630, 08 9816 2084
เฟซบุ๊ก : ร้านหมูแดงนายไซ “ประชาชื่น”

2. ร้านเจ๊ไข่ซีฟู้ด

 

ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมร้านเจ๊ไข่ซีฟู้ด ถึงเป็นร้านอาหารทะเลที่ครองใจคนกรุงเทพฯ มากที่สุดร้านหนึ่ง เพราะที่นี่เขาใส่ใจตั้งแต่การเลือกอาหารทะเลที่สดใหม่ คุณภาพระดับพรีเมียม การปรุงรสชาติจัดจ้านตามสูตรดั้งเดิมของเจ๊ไข่ (นิภาพร ซื่อสัตย์) รวมไปถึงการดูแลพนักงานอย่างดี เพื่อให้พนักงานมีความสุข แล้วส่งต่อความสุขนั้นไปยังลูกค้าที่มาเยือนที่เจ๊ไข่ซีฟู้ด

ความพิเศษของร้านเจ๊ไข่ซีฟู้ด นอกจากอาหารจะอร่อยเด็ดโดนใจแล้ว การบริการอาหารของที่นี่ยังเป็นเลิศไม่เป็นรองใคร ได้อาหารรวดเร็วทันใจ และยังมีหลากหลายเมนูให้เลือกสรร

เมนูที่อยากจะแนะนำเมื่อมาเยือนที่นี่ ก็ต้องปลากะพงทอดน้ำปลาเลยค่ะ อยากจะบอกว่าใต้คำว่าสดใหม่ มีความอร่อยระดับเต็ม 10 ซ่อนอยู่ในเมนูนี้ ปลากะพงก็ตัวใหญ่ เนื้อแน่น มีการนำไปทอดจนได้เนื้อที่ฟู นุ่ม และกรอบ กินร้อน ๆ คู่กับน้ำจิ้มซีฟู้ดรสชาติจัดจ้าน แหม่…มันแซ่บซี้ดโดนใจสุด ๆ

นอกจากนี้ก็ยังมีเมนูสุดอร่อยให้เลือกอีกมากมาย อาทิ ทะเลเหือด, หมึกไข่นึ่งพริกมะนาว, กุ้งแม่น้ำ, ปลาสำลีเผา, กุ้งผัดกระเทียมเผ็ด, หอยเชลล์อบเนยกระเทียม, หมกไข่แมงดา เป็นต้น

ที่ตั้ง : ระหว่างซอยประชาชื่น 37 และ 38 ถนนประชาชื่น แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ
เวลาเปิด-ปิด : เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 16.00-24.00 น.
 โทรศัพท์ : 0 2585 3641
 เฟซบุ๊ก : J’Khai Seafood (เจ๊ไข่ซีฟู้ด)

3. ร้าน Kenzou (เคนโซ)

 

กำลังตามหาร้านอาหารญี่ปุ่นและเมนูปลาดิบที่ดีเลิศอยู่ใช่ไหมคะ ไม่ต้องไปรถติดในเมืองให้เสียเวลาเลยค่ะ แวะมาที่ร้านเคนโซ เจ้าพ่ออาหารญี่ปุ่นแห่งย่านประชาชื่นกันได้เลย เพราะที่นี่เขาคัดสรรแต่วัตถุดิบอย่างดีมารังสรรค์เป็นเมนูอาหารญี่ปุ่นระดับพรีเมียมให้กับลูกค้า ไม่มีใครที่มาแล้วจะไม่ฟินกลับไป 🙂

อย่างแรกที่คุณต้องประทับใจก็คือ บรรยากาศร้าน ที่ตกแต่งอย่างเรียบง่ายในสไตล์โมเดิร์นเจแปนนิส ให้ความรู้สึกที่อบอุ่นและโปร่ง โล่ง สบาย มีบาร์ไว้สำหรับคนที่ชอบนั่งกินแบบชิล ๆ และยังมีห้องอาหารแบบส่วนตัวไว้รองรับอีกด้วย

เมนูที่อยากจะแนะนำเริ่มกันด้วย Salmon Sashimi Set เนื้อแซลมอนนอร์วีเจียนสดใหม่ที่สั่งตรงเข้ามาจากต่างประเทศ มีการหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ เคี้ยวเบา ๆ จะรู้สึกได้ถึงความหวานและนุ่ม ราวกับจะละลายในปาก ต่อจากแซลมอนมาดูที่ Kenzou Aburi Set กันบ้าง เอาใจคนชอบทานซูชิ เนื้อปลาดิบลนไฟด้านบนเล็กน้อย ก็จะได้กลิ่นที่หอมละมุน เนื้อหวานนุ่ม เข้ากันดีกับข้าวญี่ปุ่น อร่อยจนหยุดกินไม่ได้เลยทีเดียว

ตัดจากปลาดิบมาเมนูหาทานยากอย่าง Kenzou Ume Cheese ชีสบ๊วยจากฮอกไกโดเสิร์ฟมาพร้อมกับแผ่นสาหร่ายขนาดพอดี ตักชีสใส่สาหร่าย แล้วเอาเข้าปากแบบเต็มคำ โดนเมนูนี้เข้าไปหลงรักเลยค่ะ

นอกจากนี้ก็ยังมีเมนูที่น่าลิ้มลองให้เลือกอีกเพียบ อาทิ Kenzou Hotate Roll, Kenzou Umi Gangkan, Sashimi Salad, Kenzou Beef Steak, Salmon Tartare, Ebi Mayo, Salmon Usuzukuri, Salmon Kabutoni เป็นต้น แล้วอย่าลืมปิดท้ายด้วยของหวานสุดอร่อยอย่าง Caramel Pudding กันด้วยนะคะ

 ที่ตั้ง : ห้อง 2A ชั้น 2 อาคาร La Unique เลขที่ 40 ถนนเทศบาลรังสรรค์เหนือ แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ
 เวลาเปิด-ปิด : เปิดให้บริการวันอังคาร-อาทิตย์ วันอังคาร-ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 17.00-22.00 น. วันเสาร์-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 11.00-14.30 และ 17.00-22.00
 โทรศัพท์ : 08 6653 2656
 เฟซบุ๊ก : KenzouSushi

4. ร้านสมิธ แอนด์ แรบบิท (Smith & Rabbit)

 

เคยไหมคะ ที่อยากจะนั่งทานข้าวกับเพื่อน ๆ ในบรรยากาศแบบสบาย ๆ แต่จะให้มากินที่บ้านตัวเอง หรือไปกินกันที่บ้านเพื่อนเลยก็ดูจะไม่สะดวก งั้นต้องลองมาสัมผัส สมิธ แอนด์ แรบบิท กันค่ะ ร้านอาหารที่ให้ความรู้สึกเหมือนการไปนั่งทานข้าวในสวนบ้านเพื่อนยังไงอย่างงั้นเลยเชียว

เมนูอาหารที่มาจากก้นครัวของครอบครัวคุณกระต่าย (สุดสายทิพย์ อาสนจินดา) จึงทำให้ลูกค้าได้ลิ้มรสอาหารในรสชาติที่อร่อยลงตัว ดูกลมกล่อมละมุนเหมือนกับรสชาติของกับข้าวฝีมือคุณแม่เลยค่ะ อีกทั้งบรรยากาศของร้านยังรายล้อมไปด้วยสวนสวย ๆ สีเขียวร่มรื่น คุณกระต่ายและสมาชิกในครอบครัวก็ผลัดกันแวะเวียนมาทักทายลูกค้า ราวกับว่าเรามานั่งกินข้าวอยู่บ้านเพื่อน อยากได้อะไร จะสั่งเมนูไหน บอกเพื่อนได้เลย นั่งรอในสวนแป๊ปเดียว เดี๋ยวก็ได้กินกับข้าวอร่อย ๆ สไตล์โฮมเมดจากครัวของเพื่อนแล้ว

เปิดเมนูแรกกันด้วยขนมปังกระเทียม ชื่ออาจจะฟังดูธรรมดา แต่รสชาติไม่ธรรมดาเลยค่ะ แผ่นขนมปังกรอบหอม กินคู่กับหอยลาย มีกลิ่นกระเทียมหน่อย ๆ เรียกน้ำย่อยได้ดีทีเดียว ยังไม่ทันวางช้อน เมนูถัดมาก็มาเสิร์ฟตรงหน้า เป็นซิกเนเจอร์ที่ห้ามพลาด นั่นก็คือ ข้าวผัดกากหมู หมูแดดเดียว แค่คำแรกก็หวนคิดถึงภาพของคุณแม่ทำกับข้าวในครัวให้เรากินแล้วค่ะ ยิ่งได้ทานคู่กับต้มยำไข่กระต๊าก ที่รสชาติเปรี้ยวเผ็ดนิด ๆ มีเนื้อไข่นุ่ม ๆ ใส่มาด้วย ก็ยิ่งทำให้อาหารอร่อยขึ้นไปอีกเท่าตัว

หรือใครอยากจะลองอาหารสไตล์อิตาเลียน-ไทยฟิวชั่น ก็ขอแนะนำสปาเกตตีแหนมพริกขี้หนูโหระพา ความเปรี้ยวนิด ๆ ของแหนมและความเผ็ดของพริกขี้หนู รวมทั้งกลิ่นหอม ๆ ของใบโหระพา ก็ทำให้เมนูนี้ถูกใจลูกค้าไปเต็ม ๆ และเราอยากแนะนำให้ปิดท้ายด้วยแพนเค้กไอศกรีม เพราะแป้งแพนเค้กที่นี่เขาทำกันเอง นวดด้วยมืออย่างพิถีพิถัน จึงทำให้มีความนุ่มฟู ละมุนลิ้น ซึ่งเขากันอย่างดีกับไอศกรีมเย็น ๆ

…แล้วอย่าลืมแวะไปนั่งเล่นที่บ้านหลังนี้กันนะคะ 🙂

 ที่ตั้ง : 322 เทศบาลนิมิตเหนือ ซอย 36 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ
เวลาเปิด-ปิด : เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.00-23.00 น.
 โทรศัพท์ : 08 1302 8614
 เฟซบุ๊ก : Smith & Rabbit Cuisine

5. ร้าน Steelers (สตีลเลอร์)

 

          ล็อบสเตอร์แคนาเดียนตัวโต ที่ถูกย่างมาอย่างร้อน ๆ มีกลิ่นของเนยหอมฟุ้ง ถูกเสิร์ฟลงบนโต๊ะกว้างที่ดูเหมือนจะไม่กว้างไปเสียแล้ว เมื่อเทียบกับขนาดของล็อบสเตอร์ไซส์บิ๊กเบิ้มตัวนี้ ซึ่งเมนูล็อบสเตอร์อบเนยกระเทียมนี่แหละค่ะที่เป็นดั่งแม่เหล็ก ดึงดูดให้ลูกค้าได้มาลิ้มลองอาหารไทย-อิตาเลียนที่ร้านสตีลเลอร์กันไม่ขาดสาย โดยเชฟโอ๋ (จิรชัย ประทีปถิ่นทอง) ได้แอบกระซิบกับเราว่าเพราะที่นี่เลือกใช้แต่วัตถุดิบสดใหม่ เกรดดีที่สุด อย่างล็อบสเตอร์ก็ต้องใช้ล็อบสเตอร์ที่ยังเป็น ๆ เท่านั้น ไม่เลือกใช้แบบแช่แข็ง ก็จะทำให้เนื้อแน่นหนึบ รสชาติหวานหอม เมื่อนำไปผ่านกระบวนการปรุงตามสไตล์ของทางร้านแล้วก็จะได้รสชาติอร่อยโดดเด่นไม่เหมือนที่ไหน ต้องมาลิ้มลองที่นี่เท่านั้น

อีกเมนูที่คะแนนสูงลิ่วไม่แพ้กันก็คือ ซี่โครงหมูย่างซอสบาร์บีคิว เชฟจะนำซี่โครงหมูไปแช่ในน้ำซุป ค้างคืนไว้ก่อน 1 คืน ถึงจะนำมาทำอาหาร จึงทำให้เนื้อหมูนั้นนุ่มและไม่ติดกระดูก ใช้มีดเฉือนเบา ๆ เนื้อก็ล่อนออกมาแล้วค่ะ ยิ่งเมื่อซอสบาร์บีคิวซึมเข้าไปในเนื้อหมู ก็ยิ่งทำให้รสชาติอร่อยละมุนขึ้นอีกเท่าตัว อื้ม…มันดีจริง ๆ

หรือถ้าใครชอบทานเนื้อ ต้องสั่งเมนูนี้เลย สเต๊กเนื้อวากิวส่วนริบอาย แน่นอนว่าเนื้อวากิวที่ทางร้านเลือกใช้ จะต้องเป็นเกรดพรีเมียม ก็จะได้รสชาติที่อร่อย เนื้อหวานนุ่ม กินคู่กับน้ำจิ้มแจ่วแบบไทย ๆ ก็ได้ หรือซอสสไตล์อิตาเลียนก็ดีไม่น้อยเช่นกัน ถ้ายังไม่จุใจอยากสั่งอีกสักเมนู ขอแนะนำ ลิงกวินีทรัฟเฟิลซอสกับเห็ดย่าง ตัวเส้นจะนุ่ม ไม่เหนียว ซึ่งเข้ากันอย่างดีกับซอสทรัฟเฟิลและเห็ดย่างหอม ๆ เนื้อหวาน ทานได้ทุกวัย

และถ้าสังเกตที่จานที่ทางร้านนำมาจัดเสิร์ฟ จะเห็นว่าเป็นจานสเตนเลสดีไซน์เก๋ เข้ากับคอนเซ็ปต์ร้านเลยค่ะ ที่ตกแต่งในสไตล์ลอฟท์แบบเท่ ๆ มีพื้นที่ให้นั่งชิลทั้งในร้านและในสวนหน้าร้าน บรรยากาศสบาย ๆ ชิลกันได้ทั้งคืน

 ที่ตั้ง : 128 ซอยเทศบาลรังสรรค์เหนือ 6 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ
 เวลาเปิด-ปิด : เปิดให้บริการทุกวัน วันจันทร์-พฤหัสบดี เวลา 11.00-15.00 น. และเวลา 17.00-23.00 น. วันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 11.00-23.00 น.
โทรศัพท์ : 0 2101 1247, 08 9814 2388
เฟซบุ๊ก : Steelers Restaurant

6. ไตรพรโภชนา

ไตรพรโภชนา ร้านอาหารสไตล์แต้จิ๋ว ที่เปิดมายาวนานเกือบ 50 ปี (สาขาประชาชื่น เปิดมาประมาณ 31 ปี) การันตีความอร่อยด้วยลูกค้าที่ยังคงเหนียวแน่น และไม่ว่าใครได้มาลิ้มลองอาหารที่นี่เป็นต้องติดใจกันทั้งนั้น เพราะเฮียวิศักดิ์ ไตรพรพัฒนา เจ้าของร้าน ปรุงอาหารกันทีละจานเลยทีเดียว และเฮียยังเลือกใช้แต่วัตถุดิบอย่างดี ปรุงรสชาติตามสูตรดั้งเดิม และรับประกันความอร่อยแน่นอน เพราะเฮียปรุงเองกับมือทุกเมนู

เริ่มกันด้วยเมนูดาวเด่นอย่างตับหมูผัดใบยี่หร่า ไม่รู้ว่าเฮียผัดอย่างไร ถึงได้เนื้อตับที่นุ่ม ไม่แข็งและไม่ขม มีกลิ่นหอมของพริกหอมกรุ่นอยู่ในปากทุกคำที่เคี้ยว ได้กินกับข้าวสวยร้อน ๆ ยิ่งอร่อย ขอมาที่ทางซุปหอม ๆ กันบ้างกับหมูสับต้มบ๊วย เป็นเมนูที่หาทานยาก ตัวน้ำซุปอร่อยละมุน มีรสเปรี้ยวนิด ๆ ของบ๊วย กินกับข้าวสวยได้อย่างลื่นคอ ส่วนถ้าใครอยากกินปลา เราขอแนะนำ ปลาจาระเม็ดสามรส เนื้อปลาสดใหม่ ราดด้วยซอสรสชาติเปรี้ยวนิด เผ็ดหน่อย หวานเล็กน้อย กินได้เรื่อย ๆ ไม่มีเบื่อ

เมนูอื่น ๆ ที่น่าสนใจ อาทิ ต้มยำกุ้งใหญ่, เซ่งจี๊ทอดกระเทียม, ปลาจาระเม็ดเจี๋ยนขึ้นฉ่าย, ออส่วน, ปูทะเลยำ, หน่อไม้ฝรั่งผัดตีนเป็ด, กระเพาะหมูทอดกระเทียม, หมูกรอบผัดพริกไทยอ่อน เป็นต้น

ที่ตั้ง : 88/7 ถนนเทศบาลสงเคราะห์ แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ
 เวลาเปิด-ปิด : เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.30-14.00 น. และ 17.00-21.00 น.
โทรศัพท์ : 0 2580 3533, 08 5809 1533

7. ร้านกาแฟ

 

ร้านกาแฟ หรือที่ลูกค้าเรียกกันจนติดปากว่า ร้านกาแฟ ประชานิเวศน์ 1 เป็นร้านอาหารขวัญใจหนุ่มสาวออฟฟิศในย่านนี้เลยค่ะ ถ้าไม่เชื่อต้องลองมาพิสูจน์กัน บางวันแทบไม่มีที่นั่ง ใครอยากได้อาหารเร็ว มาแล้วได้กินเลย ก็ต้องสั่งอาหารล่วงหน้ากันไว้เลยทีเดียว

บรรยากาศในร้านค่อนข้างสบาย ๆ อบอุ่น และเป็นกันเอง ทำให้ลูกค้าชอบมานั่งทานกันในช่วงพักกลางวัน ไม่เพียงเท่านั้นคุณแม่แอ๊ว (วงตะวัน ทัฬหะกาญจนากุล) เจ้าของร้าน ยังแอบซ่อนเคล็ดลับความอร่อยเอาไว้ในครัวอีกต่างหาก นั่นก็คือ การใช้เตาถ่านในการประกอบอาหาร ถ้าใครเคยกินอาหารที่ปรุงสดใหม่จากเตาถ่านจะรู้เลยว่าทั้งรสชาติและกลิ่นของอาหารจะหอมละมุน ยิ่งได้กินกับข้าวสวยร้อน ๆ ก็จะยิ่งฟินขั้นสุด

ถ้าถามว่าเมนูไหนห้ามพลาดเมื่อมาทานร้านนี้ บอกเลยค่ะว่าเมนูนี้พื้นฐานมาก ๆ แต่อยากให้ลอง เพราะความอร่อยของมันจะทำให้คุณอยากกลับมาที่ร้านนี้อีกแน่นอน นั่นก็คือ เมนูข้าวผัดกระเพราหมูสับ ที่ลูกค้าต่างการันตีแล้วว่าอร่อยเด็ดที่สุด แต่ถ้าถามหาเมนูอันเป็นเอกลักษณ์ของร้านก็ต้องนี่เลย ก๋วยเตี๋ยวหมูสับ สูตรโบราณ เครื่องปรุงไม่ได้มากมายค่ะ มีเพียงแค่เส้นใหญ่ มะเขือเทศ หอมใหญ่ หมูสับ และผงกะหรี่  แต่แม่แอ๊วก็ทำออกมาจนได้รสชาติที่อร่อยกลมกล่อม หาทานได้ที่นี่เท่านั้น และถ้าใครที่ชอบทานเส้น ราดหน้าที่นี่เขาก็อร่อยไม่แพ้ที่ไหนนะคะ เลือกสั่งได้เลย มีทั้งหมู ไก่ และทะเล

ส่วนถ้าอยากทานข้าว ต้องไม่พลาดเมนูนี้ ข้าวผัดน้ำพริกกุ้งเสียบ รสชาติเผ็ดนิด ๆ ถูกใจคนชอบทานรสจัดแน่นอน ยังเผ็ดไม่สะใจใช่ไหมคะ เอาเมนูนี้ไปเลยค่ะ ยำทูน่า พริกขี้หนูสวนสด ๆ และมะนาวกลิ่นหอมเปรี้ยวยำคลุกเคล้ากับเนื้อปลาทูน่า อ่อย…มันฟิน นอกจากนี้ก็ยังมีบริการกาแฟและเมนูเครื่องดื่มเย็น ๆ ให้ได้กินกับเมนูอาหารสุดอร่อยอีกด้วย

ที่ตั้ง : ซอยเทศบาลรังรักษ์ใต้ แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ
เวลาเปิด-ปิด : เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00-15.00 น.
โทรศัพท์ : 08 1791 0427
 เฟซบุ๊ก : ร้านกาแฟ ประชานิเวศน์1

8. ร้านธีรชัย ไก่ย่างบางตาล

 

ธีรชัย ไก่ย่างบางตาล ตำนานของไก่ย่างไทยที่ความอร่อยติดอยู่ในอันดับต้น ๆ ของกรุงเทพฯ ด้วยความใส่ใจและคัดสรรแต่ไก่ไทยเนื้อแน่น สดใหม่ ของเฮียชัย (ธีรชัย ธีระอนันต์ชัย) เจ้าของร้าน ประกอบกับการหมักและปรุงรสชาติ รวมทั้งวิธีการย่างอย่างพิถีพิถัน จึงได้ไก่ย่างที่เนื้อนุ่ม ไม่เหนียว รสชาติอร่อยกลมกล่อม จนเป็นที่ถูกอกถูกใจของลูกค้า มีมาสั่งออร์เดอร์กันตลอดทั้งวัน สามารถสั่งซื้อไปทานที่บ้านกันได้เลย

แต่ถ้าใครอยากลิ้มรสไก่ย่างบางตาลให้ครบสูตร ต้องลองมานั่งทานที่ร้านค่ะ เพราะเขามีเมนูอาหารอีสานให้เลือกทานกับไก่ย่างอีกหลากหลายเมนู เริ่มกันด้วยเมนูเบา ๆ อย่างส้มตำไทยปูและส้มตำไข่เค็ม รสชาติเผ็ดซี้ดถูกใจสุด ๆ เนื้อมะละกอกรอบอร่อย เครื่องปรุงก็สดใหม่ ยิ่งกินก็ยิ่งฟิน

หันไปดูที่เมนูเนื้อ ๆ ลองตักน้ำตกหมูย่างมาเข้าปากดูบ้าง แหม่…แซ่บไม่แพ้กันเลยค่ะ หรือใครที่ชอบทานลาบ เมนูลาบหมูที่นี่เขาก็อร่อยเด็ด กินกับข้าวเหนียวร้อน ๆ อร่อยสบายพุงไปตาม ๆ กัน และต้องไม่พลาดดับความเผ็ดร้อนด้วยไก่ย่าง และหมูหวานแดดเดียว อร่อยจนหยุดไม่อยู่ โดนใจแบบนี้จะไม่ให้รักที่นี่ได้อย่างไร

ที่ตั้ง : ข้างสวนหย่อมประชานิเวศน์ 1 ถนนเทศบาลสงเคราะห์ แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ
 เวลาเปิด-ปิด : เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06.00-15.00 น.
 โทรศัพท์ : 08 1854 2612, 08 1904 1811
 เฟซบุ๊ก : ธีรชัยไก่ย่างบางตาล

9. ร้านปรุง

ร้านปรุง ร้านอาหารไทยสไตล์โฮมเมด ซึ่งถือกำเนิดขึ้นจากความตั้งใจของคุณหนูเล็ก อภิชนา ศาสตรวาหา ที่ต้องการทำสิ่งที่ชอบและได้ใช้เวลาอยู่กับครอบครัวอย่างเต็มที่ จากบริการเดลิเวอรี่สู่การเป็นร้านอาหารในบรรยากาศสุดอบอุ่น เหมาะสำหรับการมาทานอาหารกับครอบครัว

ยิ่งเมนูอาหารก็มีให้เลือกหลากหลาย โดยเฉพาะอาหารไทย ที่ได้สูตรเฉพาะจากครอบครัวคุณหนูเล็ก เมนูเด็ดที่ไม่ควรพลาดเลย ก็คือ ขนมจีนน้ำยาใต้ใส่ปู ตัวน้ำยาเต็มไปด้วยเนื้อปูแน่น ๆ รสชาติไม่เผ็ด กินกันได้ทุกวัย ยิ่งกินกับเครื่องเคียงต่าง ๆ ก็ยิ่งทำให้รสชาติอร่อยยิ่งขึ้น อีกหนึ่งเมนูอาหารใต้ที่ร้านนี้เขาทำได้อร่อยถูกใจ ก็คือ สะตอกะปิกุ้งหมูสับ ซึ่งมีการคัดสรรสะตอสดใหม่ กะปิที่ใช้ผัดก็ต้องเลือกกะปิกุ้งอย่างดีจากจังหวัดสุราษฎร์ธานี ทำให้กลิ่นหอม รสชาติอร่อยกลมกล่อม

เมนูถัดมา ก๋วยเตี๋ยวบก เป็นเมนูที่หาทานยากและยังเป็นสูตรชาววัง เส้นก๋วยเตี๋ยวคลุกเคล้ากับน้ำซอส 3 รส พร้อมด้วยเครื่องต่าง ๆ อย่างกุ้งสดและไก่ฉีก โรยด้วยพริกขี้หนูพร้อมถั่วลิสง อร่อยแบบกรุบกริบกำลังดี

และเมนูที่ต้องยกใจให้อีกเมนู ก็คือ ขาหมูน้ำแดงหมั่นโถว ทางร้านเคี่ยวน้ำซุปจนได้รสชาติเข้มข้น เนื้อหมูก็นุ่มเปื่อย กินคู่กับหมั่นโถว อร่อยลงตัวสุด ๆ

นอกจากนี้ก็ยังมีเมนูอาหารให้เลือกทานอีกมากมาย อาทิ ต้มสายบัวกะทิปลาทู, น้ำพริกกะปิ, ข้าวผัดกากหมู, ข้าวผัดเนื้อเค็ม, หลนเต้าเจี้ยวหมูสับ, สะโพกไก่อบ, สลัดเนื้อสัน, สลัดหมูสัน, ปลากรายทอดกระเทียม, ปลาคังลวกจิ้ม, ปลาคังผัดฉ่า เป็นต้น

ที่ตั้ง : หมู่บ้านชลนิเวศน์ 35 ถนนประชาชื่น แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ
 เวลาเปิด-ปิด : เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.00-21.00 น.
โทรศัพท์ : 08 7352 3566
 เฟซบุ๊ก : “ปรุง” Unique Thai Recipes

10. ร้านบลูโคเวอร์ คาเฟ่

เย็นนี้เลิกงานแล้วไม่อยากกลับบ้าน ไปไหนดี ? ขอชวนมาที่นี่เลยค่ะ ร้านบลูโคเวอร์ คาเฟ่ ในซอยซีเมนต์ไทย 22 ร้านอาหารเล็ก ๆ บรรยากาศสบาย ๆ และเป็นส่วนตัว มีพื้นที่ให้สังสรรค์หลากหลายมุม ทั้งด้านในร้าน และบริเวณสวนสีเขียวสุดร่มรื่น มีของตกแต่งน่ารัก ๆ ยิ่งช่วงเวลาเย็น ๆ บรรยากาศจะยิ่งโรแมนติก มีเสียงเพลงคลอเบา ๆ มีลมเย็น ๆ กับแสงไฟสีส้มอันอบอุ่นรอบตัวบ้าน ให้ความรู้สึกที่เป็นกันเอง จะพาแฟนมาก็ดี พาเพื่อนมาก็ได้ ชิลกันยาว ๆ ไปจนร้านปิดได้เลย

อาหารที่นี่มีให้เลือกหลากหลายแบบ เพราะคุณปาล์ม (เจษฎา สมิตานนท์) และหุ้นส่วนเป็นคนชอบทานอาหาร เมนูไหนที่ถูกใจ ชอบใจ ก็คัดสรรเอามาไว้ที่ร้านนี้ มีการปรุงรสชาติและเสริมวัตถุดิบในแบบที่ชอบเข้าไป จนกลายเป็นเมนูอาหารสูตรเฉพาะของที่ร้าน

อย่างหมึกคั่วเกลือ ก็มีการเลือกสรรวัตถุดิบอย่างดี ปลาหมึกต้องสดใหม่ ไซส์ใหญ่ ต้องทอดให้กรอบ แล้วปรุงรสชาติอย่างพิถีพิถัน ก็จะได้เป็นเมนูออร์เดิร์ฟสุดอร่อยที่คุณจะหยุดทานไม่ได้ จนอาจจะต้องสั่งจานต่อไป ส่วนเมนูที่โดนใจมาก ๆ ก็ต้องนี่เลย ข้าวไข่ข้นซอสต้มยำ ความเผ็ดร้อนของซอสต้มยำทำให้ข้าวไข่ข้นจานนี้มีรสชาติที่โดดเด่น ตัวซอสซึมเข้าไปในตัวกุ้ง กินกับไข่ข้นและข้าวสวยร้อน ๆ ได้อย่างลงตัว

อีกหนึ่งเมนูที่อยากแนะนำ ก็คือ สปาเกตตีแองเจิลแฮร์สไปซี่ เสมือนการรวมอาหาร 3 สัญชาติไว้ในจานเดียว เพราะมีการทำเส้นสปาเกตตีแบบอิตาเลียน เสริมพริกแห้งแบบไทย ๆ ลงไปให้รสชาติจัดจ้านขึ้น พร้อมทั้งยังแต่งหน้าด้วยสาหร่ายและไข่กุ้งในสไตล์ญี่ปุ่น บอกเลยว่ามันดีต่อใจเหลือเกิน 😀

ส่วนสาว ๆ ถ้าไม่อยากอ้วน ที่ร้านนี้เขาก็มีเมนูแคลอรีเบา ๆ อย่างสลัดร็อกเก็ตแซลมอนรมควันไว้รองรับ น้ำสลัดญี่ปุ่นราดมาบนผักร็อกเก็ตและเนื้อแซลมอนหวานหอม กินหมดจานยังไม่อ้วนเลยค่ะ นอกจากนี้ยังมีเมนูที่น่าสนใจอื่น ๆ อาทิ หมูผัดซอสบาร์บีคิว, หอยแมลงภู่อบชีส, พล่าแซลมอน, พอร์คชอป, ซี่โครงบาร์บีคิว, เอ็นข้อไก่ทอด, หมูย่างพริกไทยดำจิ้มแจ่ว เป็นต้น

ที่ตั้ง : 82/429 ซอยซีเมนต์ไทย 22
 เวลาเปิด-ปิด : วันอังคาร-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 17.00-24.00 น.
 โทรศัพท์ : 06 2549 5888
เฟซบุ๊ก : Blueclover Cafe’

แผนที่ตำแหน่งที่ตั้งของทั้ง 10 ร้าน

ทั้งหมดนี้ก็เป็นร้านอาหารอร่อยเด็ดประจำร้านย่านประชาชื่น ที่เราคัดสรรมาแล้วว่าอร่อยจริง ๆ ใครผ่านมาแถวนี้ก็อย่าลืมไปลิ้มลองอาหารอร่อย ๆ กันนะคะ ถ้าไปไม่ถูกดูตามแผนที่ได้เลยค่ะ 🙂

ขอขอบคุณ
Blueclover Cafe’, “ปรุง” Unique Thai Recipes, ธีรชัยไก่ย่างบางตาล, ร้านกาแฟ ประชานิเวศน์1, Steelers Restaurant, Smith & Rabbit Cuisine, KenzouSushi, J’Khai Seafood (เจ๊ไข่ซีฟู้ด), ร้านหมูแดงนายไซ “ประชาชื่น”