1. ฤดูใบไม้ผลิ

เริ่มตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคมไปจนถึงปลายเดือนพฤษภาคม อุณหภูมิโดยเฉลี่ยแล้วจะอยู่ที่ 12 – 16 องศาเซลเซียส อากาศกำลังเย็นสบายๆ

ดังนั้นการแต่งตัวในฤดูนี้ ก็ยังคงมีการใส่เสื้อแบบสวมทับอยู่ เน้นด้านนอกเป็นเสื้อโค้ตตัวยาว, เสื้อแจ็คเก็ต ส่วนด้านในอาจจะเป็นเสื้อสเว็ตเตอร์ หรือเสื้อถัก ขึ้นอยู่กับอากาศในขณะนั้น ส่วนด้านล่างจะเน้นใส่เป็นถุงน่องหนาๆ หรือ เลกกิ้งผ้าหนา และกางเกงขายาว แต่ชาวญี่ปุ่นจะนิยมใส่เสื้อผ้าด้านบนให้อุ่นมากกว่าด้านล่าง และอาจเพิ่มไอเท็มเสริมกันหนาวเข้ามาเป็นดีไซน์ของแต่ละคน เช่น หมวกไหมพรม, ผ้าพันคอไหมพรม, เลกวอร์มเมอร์ หรือ เอียร์มัฟ ส่วนสีสันของเสื้อผ้าในช่วงนี้ก็จะเน้นเป็นสีเบจ, น้ำตาล, ดำ เป็นพื้นฐาน หรืออาจจะมีสีสันตามเทรนด์ของปีนั้นๆ ไป

2. ฤดูร้อน

เริ่มตั้งแต่ต้นเดือนมิถุนายนถึงปลายสิงหาคม อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 25 – 30 องศาเซลเซียส แต่ปัจจุบัน ในบางเขตของญี่ปุ่นก็อาจจะมีอากาศร้อนประมาณ 35 – 38 องศาเซลเซียสเลยทีเดียว

japanese-maxi-dress-300x226

ดังนั้นเสื้อผ้าในช่วงซัมเมอร์ก็จะเน้นที่สีสันสดใส ผ้าโปร่งสบาย ระบายอากาศได้ดี และที่ขาดไม่ได้สำหรับสาวๆ ญี่ปุ่นก็คือ บิกินี่ ส่วนเวลาเดินทางไปไหนมาไหนในช่วงฤดูร้อนนี้ ก็จะเห็นสาวๆ ใส่เดรสสั้นบ้าง หรืออาจจะใส่แม็กซี่เดรสอยู่บ่อย แฟชั่นของช้อตแพ้นต์ก็เป็นอีกไอเท็มหนึ่งที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก สีที่เป็นเทรนด์หลักของทุกปีก็น่าจะเป็นสีแบบ Exotic คือ สีส้มและสีฟ้า ที่สื่อถึงฤดูร้อนได้เป็นอย่างดี และเทรนด์ที่มาแรงในช่วงสองปีหลังนี้ก็คือ ลายพื้นเมือง ไม่ว่าจะเป็นจะสไตล์แบบโมร็อคโค หรือจะเป็นแบบโบฮีเมี่ยน สไตล์ไหนๆ ก็ได้รับความนิยมเป็นที่สุด

ส่วนพวกไอเท็มเสริมแอ็คเซสเซอร์รี่ก็คงหนีไม่พ้น แว่นกันแดดกรอบใหญ่ และหมวกสาน หรือหมวกทรงฟักทองสไตล์มารีน ฤดูนี้ถือได้ว่าเป็นฤดูแห่งความสนุกสนาน เพราะนอกจากอากาศจะอบอุ่นแล้วยังเป็นช่วงแห่งการท่องเที่ยวตากอากาศตามสถานที่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นภูเขา ทะเล ช่างเป็นช่วงเวลาอันแสนสุขที่สาวๆ ชาวญี่ปุ่นจะได้แต่งชุดสวยๆ ออกมาประชันกัน แล้วถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึก

หมวกสานก็มีให้เลือกหลากหลาย แล้วแต่จะเลือกใส่ให้เข้ากับเสื้อผ้า หรืออาจหาดอกไม้, โบว์สีสวยมาติดที่หมวกสร้างความสวยเก๋รับกับซัมเมอร์ได้เป็นอย่างดี

เดรสสั้น หรือแม็กซี่เดรสก็ป็นที่นิยมของฤดูร้อนเสมอมา ไม่ว่าจะปีไหนๆ ก็เป็นที่นิยมของบรรดาสาวๆ ในญี่ปุ่นตลอดกาล แต่ปีนี้ลายสก๊อตก็มาแรงไม่แพ้กัน อย่างแฟชั่นฤดูร้อน ปี 2011 จาก BlueCorner ไม่ว่าจะเป็นเสื้อเชิ้ต หรือเดรส ที่สามารถนำมามิกซ์แอนด์แมทกับเครื่องประดับอย่างหมวกสาน แว่นตา ทำให้ดูเท่ห์แบบหวานมีสไตล์อีกด้วย เพียงเลือกสีสันให้สดใสดูมีชีวิตชีวา สร้างความน่าสนใจให้แก่คนรอบข้าง

3. ฤดูใบไม้ร่วง

เริ่มตั้งแต่ตันเดือนกันยายนไปจนถึงปลายเดือนพฤศจิกายน อุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 14 – 18 องศาเซลเซียส เป็นฤดูที่อากาศเริ่มกลับมาเย็นอีกครั้งหลังจากฤดูร้อนผ่านพ้นไป เสื้อผ้าก็ออกจะแนวคล้ายฤดูใบไม้ผลิโทนสีก็จะออกเป็นโทนสีคล้ายๆ กัน เน้นใส่เป็นเสื้อโค้ตยาวทับ

ฤดูนี้ถือได้ว่าเป็นฤดูที่มีสีสันมากที่สุดอีกฤดูหนึ่ง เพราะสีสันของเหล่าพฤกษาพันธุ์เริ่มผลัดสี เต็มไปด้วยสีแดง, ส้ม, เหลือง บางพันธุ์ก็สลัดใบแล้วแตกช่อออกดอก แฟชั่นของฤดูนี้จึงเน้นไปที่สีสันสดใสดูมีชีวิตชีวา ฤดูนี้จึงถือได้ว่าเป็นสีแห่งความสุขเลยทีเดียว

4. ฤดูหนาว

10

เริ่มตั้งแต่ต้นเดือนพฤศจิกาไปจนถึงปลายเดือนกุมภาพันธ์ อุณหภูมิเฉลี่ย 0 – 10 องศาเซลเซียส อากาศในฤดูนี้จะหนาวมาก ทุกพื้นที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ เสื้อผ้าในฤดูนี้จึงจำเป็นจะต้องมีความหนาเป็นพิเศษ เพื่อให้ความอบอุ่นต่อร่างกาย แฟชั่นฤดูนี้จึงเน้นไปที่ไอเท็มที่ให้ความอบอุ่นซะเป็นส่วนใหญ่ เช่น โค้ตมีเฟอร์, ผ้าพันคอ, ถุงมือ และถุงเท้า บางคนก็มี ที่ปิดหู รองเท้าบูธ